fbpx

เทคนิครับมือคุณลูกวัยต่อต้าน

เมื่อลูกเข้าสู่วัยเตาะแตะ (ช่วงอายุ 1-3 ปี) เขาก็เริ่มอยากลองทำสิ่งต่างๆด้วยตนเอง เริ่มทำอะไรตามใจตัวเอง และเริ่มแสดงท่าทีต่อต้านกับคำสั่งต่างๆของคุณพ่อคุณแม่ เราอาจจะได้ยินคำพูดติดปากใหม่ของลูกกลายเป็นคำว่า “ไม่เอา” และอาจได้เห็นพฤติกรรมป่วนๆที่ชวนให้โมโหตามมา
และแม้ว่าช่วงเวลาของการต่อต้านนี้เป็นพัฒนาการตามปกติของช่วงวัย แต่ก็เป็นช่วงที่สร้างความปวดหัวให้กับครอบครัวอยู่ไม่น้อย เราจึงมีวิธีการรับมือกับลูกวัยต่อต้านนี้มาฝากกัน ดังนี้
1. หลีกเลี่ยงการออกคำสั่งห้าม
การออกคำสั่งบังคับหรือห้ามปรามกันบ่อยๆจะยิ่งทำให้ลูกหงุดหงิดและต่อต้าน แถมยังอาจจำถ้อยคำปฏิเสธกลับมาใช้กับเราได้ ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการห้ามปรามที่พร่ำเพรื่อ คุณพ่อคุณแม่ควรมองหาวิธีป้องกันไว้ก่อน เช่น เก็บเอาของอันตรายออกไปให้พ้นสายตาก่อนที่เด็กจะเห็น หรือจัดเด็กไปอยู่ในที่ที่เขาจะเล่นได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องถูกห้าม
2. เปลี่ยนมาใช้คำพูดจูงใจ
แทนที่พูดกับเด็กเป็นประโยคห้ามปรามการทำพฤติกรรมที่ไม่ดี เราอาจเลี่ยงไปพูดถึงพฤติกรรมที่เราอยากจูงใจให้เขาทำแทน เช่น เมื่อเห็นเขาแหย่ลูกแมวแรงๆ แทนที่เราจะพูดห้ามว่า “อย่าแกล้งลูกแมว” ก็เปลี่ยนมาบอกและชวนให้เขาเล่นกับลูกแมวแบบเบามือ หรือจับมือเขาไปลูบลูกแมวเบาๆ เพื่อให้เขารู้ว่าเราอยากให้เขาเล่นแบบไหน
3. ให้ตัวเลือกกับลูก
แม้ว่าเด็กจะไม่ชอบให้เราออกคำสั่งต่างๆ แต่เขาจะร่วมมือกับเรามากขึ้น ถ้าเราเปลี่ยนเป็นการเสนอทางเลือกให้เขาเลือกเอง เช่น แทนที่จะสั่งให้เขาไปใส่รองเท้า ก็เปลี่ยนเป็นเสนอให้เขาเลือกว่าวันนี้จะใส่รองเท้าสีน้ำเงินหรือสีแดง
4. เปิดโอกาสให้ลูกทำอะไรด้วยตนเอง
เพื่อให้ลูกได้มีช่วงเวลาที่สนุกกับการเป็นตัวของตัวเอง คุณพ่อคุณแม่ควรปล่อยให้เขาหัดทำอะไรด้วยตนเองบ้าง แม้ว่าช่วงแรกเขาจะยังทำได้ไม่เรียบร้อยนักก็ตาม
5. ให้เวลาลูกปรับตัวเมื่อต้องถูกขัดใจ
หลายครั้งที่เราก็จำเป็นต้องออกคำสั่งขัดใจเขาบ้าง เช่น ขอให้เขาหยุดเล่นทั้งที่กำลังสนุกอยู่ ซึ่งเราอาจใช้วิธีบอกหรือเตือนล่วงหน้า เพื่อให้เขาได้มีเวลาเตรียมใจ หรือถ้าเขาร่วมมือแล้วแต่ยังแสดงสีหน้าไม่พอใจ หน้าบึ้งหน้างอไปบ้าง เราก็ไม่ควรดุให้เป็นเรื่องใหญ่ และควรให้เวลาให้เขาได้ปรับอารมณ์
6. ใจเย็นกับลูก
ในวัยที่ลูกกำลังต่อต้านเช่นนี้ หากเราใจร้อนและใช้อารมณ์กลับไป ก็อาจกลายเป็นทะเลาะกันรุนแรงได้ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องพยายามใจเย็นให้มาก และหากรู้ว่าตนเองอยู่ในอารมณ์โกรธเกินกว่าจะพูดด้วยเหตุผลกับเด็กได้ ก็อาจต้องพักไปสงบใจให้เย็นลงเสียก่อน
ทั้งนี้ อีกเหตุผลหนึ่งซึ่งทำให้เด็กวัยนี้กลายเป็นวัยที่รับมือยาก ก็เนื่องจากเด็กยังไม่สามารถสื่อสารความรู้สึกและบอกความต้องการของตนเองได้ชัดเจน ดังนั้นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยลูกได้ก็คือ การสอนให้เขาบอกความต้องการของตนเองออกมาเป็นคำพูด แทนการอาละวาดหรือโวยวาย ซึ่งก็จะช่วยให้เด็กและคนรอบข้างเข้าใจกันมากขึ้น

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ