fbpx

4 วิธีสอนลูกกินขนม

จะสอนลูกอย่างไรดีนะ? ที่จะช่วยให้ลูกรู้จักเลือกกินขนมและดูคุณค่าทางโภชนาการหลังซอง มาดูวิธีง่ายๆ 4 วิธี ดังนี้เลยค่ะ
1. ขนมคืออาหารว่างระหว่างมื้อ
เพราะขนมเป็นอาหารว่าง ไม่ใช่อาหารหลัก เด็กหลายคนติดขนมมาก จนกินขนมแทนข้าว พอลูกไม่กินข้าว คุณแม่จึงต้องจำใจให้กินขนมเพราะกลัวว่าจะหิว ซึ่งจะทำให้เด็กเคยชินกับการกินขนม และขาดสารอาหารที่หลากหลายจากอาหารมื้อหลักได้ คุณแม่ต้องสอนและฝึกให้ลูกกินขนมแต่พอดี ควรเว้นระยะเวลาการกินขนมก่อนมื้ออาหารหลักอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เขาอิ่มซะก่อน จนละเลยมื้อสำคัญไป
2. ซองเล็กๆ นี้ พอดีสำหรับหนู
ขึ้นชื่อว่าขนม ก็มักจะอร่อยถูกใจเจ้าตัวเล็ก แต่การปล่อยให้เจ้าตัวเล็กกินขนมจนเพลิน นอกจากจะทำให้อิ่มจนเกินไปแล้ว ยังทำให้ได้รับสารอาหารบางตัวเกินลิมิตเอาได้ง่ายๆ เพราะขนมที่เด็กๆ ชอบมักจะมีสารอาหารไม่หลากหลาย เน้นหนักไปทางแป้ง น้ำตาล ไขมัน เกลือ และผงชูรส เคล็ดลับง่ายๆ สำหรับคุณแม่คือ พยายามซื้อขนมไซส์เล็กให้ลูก เลือกซอง หรือกล่องเล็กๆ และอย่าซื้อตุนเอาไว้เยอะ เจ้าตัวเล็กจะได้ไม่งอแงขอกินเอาได้ง่ายๆ
3. ฉลาดเลือก สนุกกับตัวเลขหน้าซอง
ปัจจุบัน กฎหมายกำหนดให้ขนมสำเร็จรูปส่วนใหญ่แสดงฉลากโภชนาการอย่างง่าย (ฉลาก GDA หรือฉลากหวานมันเค็ม) ที่หน้าบรรจุภัณฑ์ (ลักษณะคล้ายตาราง 4 ช่อง) คุณแม่สามารถให้ลูกมีส่วนร่วมในการเลือกขนมเองได้ไม่ยาก โดยให้เขารู้จักเปรียบเทียบและเลือกขนมที่มีเปอร์เซ็นต์ของพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียมต่ำๆ เช่น ไม่เกิน 10% – 20% ซึ่งหมายความว่า หากเขากินขนมหมดทั้งถุงจะได้รับสารอาหารเหล่านี้คิดเป็นร้อยละเท่าไรของปริมาณสูงสุดที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน โดยใน 1 วัน เราไม่ควรกินเกิน 100% นั่นเอง (รวมมื้อหลักอื่นๆ ด้วย) หากหนูเลือกเลขเยอะๆ หนูก็จะป่วยง่ายนะจ๊ะ
4. ดื่มน้ำเปล่า ภารกิจสำคัญหลังกินขนม
สิ่งที่ควรให้ลูกทำเป็นประจำหลังกินขนมคือ ดื่มน้ำเปล่า 1 แก้ว เพราะขนมส่วนใหญ่มักมีน้ำตาล เกลือ และผงชูรสมาก การดื่มน้ำจะช่วยเจือจางความเข้มข้นของน้ำตาลและโซเดียมในร่างกาย ช่วยขับปริมาณส่วนเกินออกมาทางปัสสาวะ ยิ่งถ้ารับประทานขนมหวานๆ ด้วยแล้ว คุณแม่ควรสอนให้เขาบ้วนปากหรือแปรงฟัน เพื่อป้องกันน้ำตาลเกาะผิวฟัน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ฟันผุได้

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ