fbpx

ขาดธาตุเหล็ก ลองเช็คที่ดวงตา

หากจะพูดถึงสารอาหารที่เด็กไทยส่วนใหญ่มักขาด คุณแม่จะพบว่า “ธาตุเหล็ก” จัดอยู่ในอันดับต้นๆ เลยล่ะค่ะ ร่างกายของทารกยังคงมีธาตุเหล็กที่สะสมไว้ตั้งแต่ตอนอยู่ในครรภ์มารดา ร่วมกับการได้รับธาตุเหล็กผ่านทางน้ำนมแม่ แต่เมื่อเข้าสู่วัยอาหารเสริมอาจมีปัญหาการกินอาหารที่มีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ

เด็กวัย 1-3 ปีควรได้รับธาตุเหล็กวันละ 5.8 มิลลิกรัม ซึ่งเทียบเท่ากับธาตุเหล็กที่มีอยู่ในตับไก่ถึง 3 ช้อนโต๊ะครึ่ง จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเด็กวัย 6 เดือนถึง 2 ปีจึงมักขาดธาตุเหล็กกัน การขาดธาตุเหล็กในเด็กเล็กนั้นส่งผลเสียอย่างถาวร ทำให้การเจริญเติบโตล่าช้า ภูมิคุ้มกันลดลง ติดเชื้อง่าย มีผลต่อสมองและระดับสติปัญญา ทำให้เด็กมีพัฒนาการล่าช้า ไอคิวต่ำ หากขาดธาตุเหล็เป็นเวลานานก็จะทำให้เป็นโรคโลหิตจาง (Anemia) ได้

ลูกน้อยขาดธาตุเหล็กหรือไม่ ตรวจเช็คได้จากวิธีเหล่านี้เลยค่ะ

1. การตรวจเม็ดเลือด
วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือ การตรวจระดับฮีโมโกลบินร่วมกับการเสริมธาตุเหล็ก เพื่อประเมินภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก โดยจะพบว่าความเข้มข้นของฮีโมโกลบินในเลือดตํ่ากว่าค่าปกติเนื่องจากร่างกายมีธาตุเหล็กไม่เพียงพอที่จะนําไปสร้างเม็ดเลือดแดง ส่วนการสังเกตอาการภาย นอกนอกจากจะดูจากอาการเหนื่อยง่าย หายใจถี่ ตัวซีดแล้ว คุณแม่สามารถสังเกตจากดวงตาของลูกได้ด้วยค่ะ
2. สังเกตุเยื่อบุลูกตา
จากงานวิจัยพบว่าภาวะซีดบริเวณเยื่อบุลูกตาสามารถใช้ระบุความน่าจะเป็นของภาวะโลหิตจางได้ จึงใช้เป็นสัญญาณหนึ่งในการส่งไปสู่ขั้นตอนการตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัยโรคภาวะโลหิตจางต่อไป คุณแม่สามารถดูที่บริเวณเปลือกตาล่างด้านใน หากพบว่ามีสีขาวซีดแทนที่ควรจะเป็นสีแดงเรื่อๆ ก็สามารถตั้งข้อสังเกตได้ว่าลูกน้อยอาจมีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กค่ะ
3. อาหารอุดมธาตุเหล็ก
เพราะธาตุเหล็กมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการทางสมองของเด็กเป็นอย่างมาก การเลือกรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กเป็นประจำจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ตับ และเลือดต้มสุก อาหารกลุ่มนี้นอกจากมีธาตุเหล็กปริมาณมากแล้ว ยังสามารถถูกดูดซึมได้ดี และช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กที่มีในพืชผักต่างๆ ได้ดีอีกด้วย

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ