เมื่อพูดถึงพัฒนาการของลูก คุณแม่ทุกท่านคงมีการเฝ้าดูแลในทุกช่วงงวัยไม่ให้คลาดสายตา และวัยเด็กก็เป็นช่วงเวลาทองของการพัฒนาหลายๆ ด้านสำหรับลูกน้อย โดยเฉพาะพัฒนาการทางสมองที่คุณแม่ส่วนใหญ่มุ่งเน้นบำรุงด้วยสารอาหารต่างๆ เพื่อให้เกิดการเจริญเติบโตและมีสติปัญญาที่ดี แต่มีอีกหนึ่งอวัยวะที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษในช่วงวัยเด็กเช่นกัน นั่นก็คือ ดวงตาของลูกน้อย
ทำไมดวงตาของลูกน้อยจึงต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
1. 80% ของการเรียนรู้ในวัยเด็ก เกิดจากการมองเห็น
หากดวงตาของลูกน้อยมีปัญหาจะส่งผลเสียต่อการมองเห็น และประสิทธิภาพในการเรียนรู้ จากการสำรวจพบว่า 60% ของความบกพร่องทางการเรียนรู้ เกิดจากการที่เด็กมีปัญหาทางสายตา
2. ดวงตาของเด็กมีโอกาสรับรังสียูวีจากแสงแดงมากกว่าผู้ใหญ่ถึง 3 เท่า
เนื่องจากเลนส์ตาของเด็กยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ จึงไม่สามารถกรองรังสีได้ดีเหมือนผู้ใหญ่ รังสียูวีจึงสามารถทำอันตรายต่อจอประสาทตาได้ง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคต้อกระจก
3. ปัญหาทางสายตาในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ หากไม่ได้รับการแก้ไขจะทำให้พัฒนาการทางสายตาไม่สมบูรณ์ถาวร
เนื่องจากระบบการมองเห็นในเด็กจะยังไม่สมบูรณ์จนกระทั่ง 6 ขวบ หากเด็กมองไม่ชัดก่อนช่วงอายุนี้ สมองก็จะรับภาพที่ไม่ชัด ขัดขวางพัฒนาการของสายตา และเมื่อสายตาหยุดพัฒนาหลังอายุ 6 ขวบ ก็จะทำให้พัฒนาการทางการมองเห็นไม่สมบูรณ์นั่นเอง
4. วัยเด็กมักเกิดปัญหาทางสายตาได้ง่าย
เพราะเป็นวัยที่ใช้สายตามาก และมักจะชอบเพ่งมองอะไรนานๆ จึงเกิดอาการตาล้า ตาแห้งได้ง่าย นำไปสู่ปัญหาทางสายตาที่พบบ่อยในเด็ก เช่น อาการสายตาสั้นเทียม ตาเข ตาอักเสบ โรคสายตาขี้เกียจ
5. เด็กมีโอกาสสายตาสั้นมากขึ้น 25% หากพ่อหรือแม่มีสายตาสั้น
และถ้าเด็กมีสายตาสั้นแล้ว จะมีโอกาสสั้นเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากเป็นช่วงวัยของการเจริญเติบโต ขนาดของดวงตาก็มีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย และหากปล่อยไว้จนมีอาการสายตาสั้นมากๆ อาจนำไปสู่โรคจอประสาทตาเสื่อมได้
เพราะดวงตาของลูกน้อย บอบบางกว่าที่เราคิด คุณแม่จึงควรหันกลับมาใส่ใจ ดูแลสุขภาพตาของลูกน้อยมากขึ้น บำรุงสายตาด้วยอาหารและนมที่มีลูทีน และวิตามินเอ หมั่นสังเกตอาการผิดปกติทางสายตาของลูกน้อย และรีบแก้ไข เพื่อให้ลูกน้อยมีพัฒนาการสายตาที่สมวัย พร้อมเปิดรับการเรียนรู้ในทุกๆ วัน