เคล็ด (ไม่) ลับ ปรับเด็กดื้อ
เด็กเล็กกับความดื้อเป็นของคู่กันเสมอ แต่ในบางครั้งเวลาลูกดื้อมากๆขึ้นมา พ่อแม่ก็คงรู้สึกว่าเจ้าตัวน้อยดูไม่น่ารักเอาซะเลยใช่มั้ยคะ? บางทีทนไม่ไหวก็แอบเผลอดุหรือลงโทษลูกรัก ซึ่งความจริงแล้วเชื่อว่าคงไม่มีพ่อแม่คนไหนที่อยากโกรธลูก แต่ถ้ามีวิธีทำให้ปรับเด็กดื้อให้กลายเป็นเด็กดีได้ง่ายขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็คงไม่ต้องเหนื่อยมากนัก วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการเข้าใจ รับมือ และปฏิบัติกับลูก เพื่อให้ลูกรักหายดื้อกันค่ะ
เริ่มต้นด้วยการรู้จักลูกเราให้ดีพอ
เด็กแต่ละคนจะมีบุคลิกนิสัยที่แตกต่างกัน ต่อให้เป็นพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน โตที่เดียวกัน แต่ก็ใช่ว่าจะเหมือนกันเสมอไปนะคะ เด็กบางคนซน ร่าเริง พลังงานเยอะ แต่บางคนก็เรียบร้อย พ่อแม่ควรทำความเข้าใจลูกเราให้ดีก่อนว่าเป็นเด็กนิสัยแบบไหน นอกจากนี้ยังต้องดูเรื่องอายุด้วย เพราะพัฒนาการควบคุมอารมณ์ในเด็กอายุต่างกันไปก็ไม่เท่ากัน อย่างวัยอนุบาลลูกอาจจะดื้อมากเป็นพิเศษ แต่พอเข้าประถมความดื้อนั้นก็จะค่อยลดลงไปเองค่ะ เมื่อเราเข้าใจลูกถึงนิสัยใจคอและวัยของเขาแล้ว จะทำให้คุณพ่อคุณแม่ปรับการเลี้ยงดูได้เหมาะสมกับตัวลูกค่ะ
ไม่ตามใจเมื่อลูกดื้อ

หลายครั้งที่ลูกดื้อเพราะถูกขัดใจ อยากได้อะไรแล้วไม่ได้ เป็นพฤติกรรมที่เค้าอยากทดสอบเราดูว่าเราจะตามใจเค้าหรือไม่ หากคุณพ่อคุณแม่ตามใจให้ในสิ่งที่ลูกต้องการ เด็กจะเกิดการเรียนรู้ได้ว่านี่เป็นวิธีการเรียกร้องความสนใจที่ได้ผล และทำอีกต่อไปบ่อยๆ ที่ดีสุดคือไม่ควรตามใจ หรือลงโทษรุนแรง แต่ให้ใช้วิธีเพิกเฉย ไม่สนใจหากเป็นพฤติกรรมที่ไม่รุนแรงเกินไป เมื่อทำบ่อยๆเด็กก็จะเรียนรู้ว่าวิธีนี้ไม่ได้ผลแล้วเลิกไปเองในที่สุดค่ะ
เป็นแบบอย่างที่ดีกับลูก

มีคำกล่าวที่ว่า “ลูกเป็นกระจกเงาสะท้อนพ่อแม่” หมายถึง พ่อแม่พูดหรือทำอย่างไรลูกก็จะเลียนแบบพฤติกรรมเหล่านั้น ดังนั้นการที่คุณพ่อคุณแม่เป็นแบบอย่างที่ดี คือต้องใจเย็น ไม่ใช้อารมณ์ พูดจามีเหตุผล วิธีนี้ก็จะช่วยสะท้อนให้ลูกเห็นและเลียนแบบพ่อแม่ ซึ่งจะช่วยลดอาการดื้อได้เป็นอย่างดีค่ะ

นอกจากการจัดการกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมตอนลูกดื้อ อย่าลืมนะคะว่าลูกเองก็มีช่วงเวลาที่เค้าเป็นเด็กดี เด็กน่ารักไม่น้อยเหมือนกัน คุณพ่อคุณแม่ควรพูดชมลูกในเวลาที่เค้าทำดีด้วย เพื่อที่ว่าลูกจะได้เกิดความภูมิใจในตัวเองด้วยค่ะ