fbpx

ความเชื่อผิดๆ เมื่อลูกไม่สบาย

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนบ่อย เด็กๆ  หลายคนเริ่มเป็นหวัดง่าย เมื่อลูกรักไม่สบายคุณพ่อคุณแม่มักเป็นกังวล และพยายามหาทางช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามมีความเชื่อบางอย่างที่คุณพ่อคุณแม่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการรักษาโรคหวัดในเด็ก ซึ่งเรามีข้อเท็จจริงที่ว่ามาฝากกันค่ะ
1. ยาฆ่าเชื้อช่วยทำให้ลูกหายหวัดเร็วขึ้น
โรคหวัดในเด็กมักเกิดจากเชื้อไวรัส ในขณะที่ยาฆ่าเชื้อ หรือยาปฏิชีวนะเป็นยาที่รักษาโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ดังนั้นการใช้ยาฆ่าเชื้อจึงไม่มีประโยชน์ในการรักษาโรคหวัดจากเชื้อไวรัส และการทานยาปฏิชีวนะบ่อยๆ ยังไปเพิ่มโอกาสเกิดเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ ทำให้เวลาเด็กติดเชื้อแบคทีเรียขึ้นมาจะใช้ยาพวกนี้ไม่ได้ผลอีกด้วยค่ะ
2. น้ำมูกสีเขียว แสดงว่าไซนัสอักเสบ
มีหลายคนเข้าใจว่าถ้าเด็กมีน้ำมูกสีเขียวข้นแสดงว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือไซนัสอักเสบรุนแรง ต้องกินยาฆ่าเชื้อขนาดหนัก ซึ่งความเชื่อนี้เป็นสิ่งที่ผิดค่ะ โดยธรรมชาติของโรคหวัด ระยะใกล้หายน้ำมูกจะเปลี่ยนจากสีเหลืองจางเป็นสีเขียวข้นอยู่แล้วจากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ดังนั้นถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าเด็กใกล้หายจากหวัด ไม่จำเป็นต้องทานยาฆ่าเชื้อเพิ่มค่ะ
3. ช่วงเป็นหวัดอย่ากินเยอะ
ระหว่างไม่สบาย ร่างกายจะต้องการสารอาหารมากกว่าปกติเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อสู้กับเชื้อโรค ดังนั้นไม่ควรจำกัดอาหารปริมาณน้อยให้เด็ก แต่หากเด็กมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ กังวลว่าจะอาเจียนหากทานอาหารแข็งมาก ให้หาอาหารย่อยง่ายเช่นข้าวต้มหรือโจ๊ก และให้ดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำเกลือแร่ให้เพียงพอ เพราะในช่วงที่เด็กเป็นไข้หรือมีน้ำมูกจะเสี่ยงกับภาวะขาดน้ำได้ง่ายค่ะ
4. ห้ามให้ลูกไอ
คุณพ่อคุณแม่บางท่าน เมื่อเห็นลูกไอแล้วกังวลว่าจะยิ่งเจ็บคอไม่สบาย เลยไปพยายามหายาแก้ไอมาให้ลูกทาน แต่ความจริงการไอช่วงที่เป็นหวัด เกิดจากกลไกในผิวทางเดินหายใจของร่างกายที่ต้องการขับสารคัดหลั่งจากการติดเชื้อออก ดังนั้นไม่ควรให้เด็กกินยากดอาการไอถ้าไม่จำเป็น ยกเว้นกรณีที่เป็นคำแนะนำของแพทย์ หากเด็กมีอาการไอมากๆ ควรใช้วิธีจิบน้ำบ่อยๆเพื่อช่วยละลายเสมหะ และชุ่มคอค่ะ
5. สมุนไพร วิตามิน อาหารเสริม ช่วยให้หายหวัด
มีงานวิจัยมากมายพบว่า วิตามินหรืออาหารเสริมที่เชื่อว่ารักษาโรคหวัดได้ เช่น วิตามินซี สังกะสี ไม่ได้เร่งโอกาสหายโรคหวัดให้เร็วกว่าการฟื้นตัวตามธรรมชาติ นอกจากนี้การศึกษาพบว่าอาหารเสริมบางอย่างอาจมีผลข้างเคียง ทำให้เด็กเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ถ่ายเหลว หรือระคายคอได้มากกว่าเดิม

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ