fbpx

6 เคล็ดลับ ดูแลสุขภาพฟันคุณหนู

ช่วงวัยเรียน โดยเฉพาะวัยประถมศึกษาเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่าง หนึ่งในนั้นคือ การเปลี่ยนชุดฟันจากฟันน้ำนมเป็นฟันแท้ เริ่มมีฟันกรามขึ้นมาในช่องปากในช่วงอายุประมาณ 6 ขวบ ซึ่งเด็กวัยนี้จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุสูงมาก เพราะการสะสมแร่ธาตุที่ผิวฟันยังไม่สมบูรณ์ และเขาเองก็ยังไม่สามารถแปรงฟันได้อย่างมีคุณภาพ อีกทั้งมักพบเจอ และได้กินเครื่องดื่มขนมหวานที่น่าดึงดูดใจอยู่บ่อยๆ คุณแม่คนเก่งจึงต้องดูแลสุขภาพช่องปาก และฟันของลูกรักวัยเรียนเป็นพิเศษดังนี้
1. ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์
เด็กวัย 6 ขวบขึ้นไปควรใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ในการแปรงฟัน โดยใช้ยาสีฟันในปริมาณเท่ากับเม็ดข้าวโพดหรือยาวประมาณ 1 เซนติเมตร และต้องกำชับให้บ้วนปากหลังแปรงฟันให้สะอาด ไม่กลืนยาสีฟันเข้าไป
2. แปรงทั่ว และแปรงนาน 
วิธีแปรงฟันในช่วงเด็กเล็กจะเน้นการขยับแปรงจากซ้ายไปขวา แต่เมื่อลูกโตขึ้น ควรฝึกแปรงฟันแบบขยับ-ปัด หรือเพิ่มการปัดขนแปรงไปทางปลายฟัน ดูแลให้ลูกรักแปรงฟันให้ทั่วทั้งปากนานประมาณ 2 นาที อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง การแปรงฟันของเด็กวัยนี้ยังคงต้องให้ผู้ใหญ่ช่วยดูแลจนถึงอายุ 7-8 ขวบ
3. ดื่มน้ำเปล่าเป็นหลัก 
น้ำเปล่าควรเป็นเครื่องดื่มหลักของเด็กๆ การดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวาน หรือมีน้ำตาลมักทำให้เกิดคราบน้ำตาลเกาะติดที่ผิวฟัน อันเป็นสาเหตุของฟันผุได้ง่าย เด็กๆ ควรดื่มน้ำเปล่าให้ได้วันละ 6-8 แก้ว หรือประมาณ 1.4 – 2.1 ลิตร
4. หลีกเลี่ยงน้ำผลไม้ และเครื่องดื่มที่มีรสหวาน 
น้ำผลไม้ถึงแม้จะไม่ได้เติมน้ำตาลเพิ่ม แต่ก็มีน้ำตาลตามธรรมชาติผสมอยู่ นอกจากนี้ยังมีค่าความเป็นกรดอ่อนๆ ที่สามารถทำลายผิวฟันของเด็กๆ ได้เช่นกัน หากคุณแม่ต้องการให้ลูกได้รับวิตามินแร่ธาตุจากผลไม้ ควรเลือกรับประทานผลไม้สดเป็นชิ้นหรือเป็นผล ซึ่งช่วยให้ลูกได้รับใยอาหารเพื่อระบบทางเดินอาหารที่ดีไปพร้อมๆ กัน
5. ดื่มนมเป็นประจำวันละ 2-3 แก้ว 
นมเป็นแหล่งของแคลเซียมที่ร่างกายดูดซึมได้ดีที่สุด แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับวัยเด็ก ช่วยสร้างกระดูก และฟันที่แข็งแรง อย่าลืมเลือกนมสำหรับเด็กที่มีแคลเซียมสูง รวมทั้งแร่ธาตุอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการดูดซึมแคลเซียม เช่น ฟอสฟอรัส วิตามินดี เป็นต้น
6. ตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ
คุณแม่เองสามารถช่วยตรวจเช็คฟันของลูกได้เอง เช่น ต้องไม่มีคราบสีขาวหรือสีเหลืองที่ตัวฟัน ไม่มีรอยขาวขุ่นใกล้ขอบเหงือก เมื่อเอาเล็บขูดต้องไม่มีคราบติดออกมา นอกจากนี้ ควรพาลูกไปพบทันตแพทย์เป็นประจำทุกปี เพื่อสามารถแก้ไขรักษาได้อย่างรวดเร็ว หากพบปัญหาสุขภาพฟันและช่องปาก

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ