fbpx

เหตุผลที่คุณแม่ต้องดูแลดวงตาของลูกมากขึ้น

“เด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ย่อส่วน” ประโยคนี้มักถูกพูดถึงบ่อยๆ ในหมู่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสุขภาพเด็ก เพราะร่างกายเด็กยังอยู่ระหว่างการพัฒนาที่ไม่สมบูรณ์ ดังนั้นอวัยวะหลายอย่างรวมถึงดวงตาอาจเกิดปัญหาได้ ถ้าได้รับการดูแลไม่เพียงพอหรือดูแลเหมือนสุขภาพผู้ใหญ่ทั่วไป
1. มีผลต่อพัฒนาการสมอง
สมองเด็กจะพัฒนาเต็มที่เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ระหว่างนี้การพัฒนาสมองผ่านการเรียนรู้ของเด็กจำเป็นต้องอาศัยการมองเห็นถึง 80% ดังนั้นถ้ามีปัญหาสายตาตั้งแต่เด็ก จะไม่เพียงกระทบแค่การมองเห็น แต่มีผลถึงพัฒนาการสติปัญญา และการเรียนรู้ด้วย
2.  สายตาของเด็กบอบบางกว่าผู้ใหญ่ และมีโอกาสเกิดปัญหาสายตาได้มากกว่า
สายตาของเด็กมีความบอบบางต่อรังสียูวีจากแดดมากกว่าผู้ใหญ่ อีกทั้งปัญหาสายตาหลายอย่างที่เกิดในวัยเด็ก เช่นโรคตาขี้เกียจ ถ้ารีบป้อง และรักษาจะสามารถหายได้เป็นปกติ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานจนโตจะไม่สามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้อีก
3. พัฒนาสายตา ยังไม่ถึงที่สุด
ทักษะต่างๆ ของสายตาจะพัฒนามากขึ้นเมื่อถึงวัยหนึ่ง เช่น เมื่อเด็กแรกเกิดจะมองเห็นแค่แสงสว่างกับความมืด แต่เมื่ออายุครบเดือน เด็กจะเริ่มมองเห็นสี พอครบ 4 เดือนเด็กสามารถแยกแยะเฉดสีต่างๆได้ เด็กจะมีพัฒนาการมองเห็นใหม่ๆ เพิ่มตามอายุ แต่ถ้ามีปัญหาสุขภาพดวงตาเกิดขึ้นก่อนที่ดวงตาจะพัฒนาเต็มที่ จะทำให้การเกิดทักษะใหม่ๆ เหล่านี้ชะงักไปได้ และมีผลระยะยาวจนเด็กโตค่ะ
วิธีดูแลสุขภาพตาเด็กที่สำคัญ
1. ป้องกันไม่ให้ตาบาดเจ็บ
การบาดเจ็บที่ดวงตาจากสาเหตุภายนอก เช่น การเล่นของแข็งกระแทก ฝุ่น ควันบุหรี่ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาดวงตาในเด็ก จึงควรป้องกันด้วยการบาดเจ็บเหล่านี้ ด้วยการหลีกเลี่ยงไม่ไปในที่มีมลภาวะ  และระวังไม่ให้เด็กเล่นของแข็ง หรือของมีคมที่อาจเป็นอันตรายกับดวงตา
2. ให้ลูกเล่นนอกบ้านบ้าง
มีงานวิจัยพบว่า การที่เด็กได้ออกมาทำกิจกรรมกลางแจ้ง สามารถป้องกันสายตาสั้นในเด็กได้ คุณแม่จึงควรให้ลูกสลับทำกิจกรรมในบ้าน และนอกบ้าน แต่ควรเลือกเวลาที่แสงแดดไม่แรงมากเกินไป เพราะรังสี UV ในช่วงแดดจัดอาจทำลายดวงตาได้
3. ให้สายตาลูกได้พักผ่อน
กิจกรรมของเด็กสมัยนี้หลายอย่าง เช่น อ่านหนังสือ ดูทีวี เล่นคอม แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน สามารถเพิ่มความรู้ให้เด็กได้ดี แต่ถ้าใช้เวลานานเกินไปก็ทำให้เกิดปัญหาสายตาได้ ควรจำกัดเวลากิจกรรมที่ต้องใช้สายตา ไม่ให้เกิน 1 – 2 ชั่วโมง ให้พักสายตาเป็นระยะ สลับกับการทำกิจกรรมที่เคลื่อนไหวร่างกาย
4. กินอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา
โภชนาการเป็นอีกตัวช่วยสำคัญในการดูแลดวงตาของเด็กๆ สารอาหารสำคัญอย่าง ลูทีน วิตามิน เอ ที่มีมากในผลไม้กีวี่ ผักใบเขียวอย่าง คะน้า ผักบุ้ง มีส่วนช่วยในการปกป้องจอประสาทตาจากรังสี UV และแสงสีฟ้าจากจอภาพต่างๆ  ได้นะคะ นอกจากเมนูผักผลไม้แล้ว นมสำหรับเด็กอย่างดัชมิลล์ เจ็นไอ ก็มีผงกีวี่สกัด ที่มีลูทีนธรรมชาติ และวิตามินเอ สูง ช่วยในการมองเห็น

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ