fbpx

ลูกนอนละเมอ แค่ผวา หรือฝันร้าย

อาการนอนละเมอเป็นภาวะที่พบได้ในเด็กทั่วไป แต่เด็กบางคนอาจมีอาการละเมอกลางดึกบ่อย รบกวนการนอนหลับ จนทำให้คุณพ่อคุณแม่อดกังวลไม่ได้ว่าลูกมีความวิตกกังวลบางอย่างจนเก็บไปฝันร้ายหรือไม่ ซึ่งความจริงแล้วการนอนละเมอของเด็กอาจะไม่ได้เกิดจากฝันร้ายเสมอไป แต่อาจเกิดจากนอนผวาได้ค่ะ วันนี้เรามีขัอมูลเกี่ยวกับความต่างของอาการนอนละเมอจากฝันผวา และฝันร้ายในเด็ก และวิธีการดูแลมาฝากค่ะ
1. 1. ฝันผวา (night terror) 
เป็นภาวะที่เกิดได้บ่อยในเด็กอายุ 4-7 ปี อาการคือเด็กจะตกใจตื่นขึ้นอย่างฉับพลันระหว่างนอน บางครั้งอาจกรีดร้องด้วย ซึ่งภาวะนอนละเมอ หรือฝันผวานี้จะแตกต่างจากฝันร้ายตรงที่เด็กจะจดจำอะไรไม่ได้เลย อาการนี้มักไม่เกี่ยวกับสิ่งกระตุ้น แต่เกิดจากระบบประสาทของเด็กยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ ทำให้สมองยังไม่สามารถควบคุมให้เกิดการหลับได้ต่อเนื่อง บางครั้งอาการอาจเกิดขึ้นในวันที่เด็กมีความเครียด แต่ไม่ใช่เพราะเด็กมีปัญหาทางอารมณ์
หากลูกมีอาการฝันผวา ไม่ควรปลุกให้ตื่นทันที หรือเรียกให้มาพูดคุย เพราะอาจยิ่งทำให้มีอาการนี้นานขึ้น ควรทำก็เพียงอุ้มลูกมากอดไว้ ลูบหัว ตบก้น โยกตัวเบาๆ และปลอบให้เขานอนต่อ ไม่ต้องกังวลว่าถ้าไม่คุยแล้วลูกจะเก็บไปคิดกังวลเพราะเขาเองก็จะจำฝันนี้ไม่ได้ในวันรุ่งขึ้น
2. ฝันร้าย (nightmares)
ฝันร้าย คือภาวะที่ฝันเห็นเหตุการณ์เสมือนจริงและทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นหรือกลัว ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ หากเรื่องราวในความฝันมีรายละเอียดมากพอหรือทำให้เด็กตื่นเต้นมาก เด็กมักจะจดจำเรื่องราวในฝันได้แม้ตื่นขึ้นมา และอาจสะดุ้งตื่นระหว่างฝันได้ อาการฝันมักเกิดได้บ่อยในเด็กอายุระหว่าง 3-6 ปี โดย 30-90% ของเด็กวัยนี้จะมีฝันร้ายนานๆครั้ง ในขณะที่ 5-30% ของวัยนี้อาจเกิดฝันร้ายได้บ่อย บางครั้งการที่เด็กไปเจอเหตุการณ์น่ากลัว หรือมีความกลัวเรื่องราวบางอย่างอาจเป็นสาเหตุให้เกิดฝันร้ายได้
วิธีช่วยเหลือหากลูกมีอาการฝันร้ายบ่อยๆ คือการปลอบเด็กอย่างอ่อนโยน ให้ความมั่นใจกับลูกว่ามันเป็นแค่ฝันร้าย ไม่มีอะไรต้องกลัว เมื่อเด็กผ่อนคลายลงจะกลับไปนอนต่อได้เอง ลองหาดูว่ามีเหตุการณ์ หรือตัวกระตุ้นอะไรที่ทำให้ลูกฝันร้าย พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กดูหนังโทรทัศน์ หรือรูปภาพที่น่ากลัว ปรับบรรยากาศก่อนเข้านอนให้ผ่อนคลายสม่ำเสมอ เช่น ใช้ผ้าห่มที่ดูเรียบง่าย ปลอดโปร่ง หรืออาจเป็นรูปสัตว์น่ารัก แต่หากทำวิธีดังกล่าวแล้วอาการนอนฝันร้ายยังเป็นบ่อย รบกวนการนอนของลูก อาจลองไปปรึกษากุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องปัญหาการนอน หรือในกรณีที่ฝันร้ายจากการที่เด็กเผชิญเหตุการณ์รุนแรงบางอย่าง ควรปรึกษาจิตแพทย์เด็กเพื่อประเมินความวิตกกังวลค่ะ

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ