fbpx

เจาะลึก! โรต้าไวรัส ตัวการท้องร่วงในเด็ก

ช่วงนี้ใกล้เข้าฤดูหนาวแล้ว เป็นช่วงที่เด็กๆ มักไม่สบายบ่อย ทั้งเป็นหวัด สักพักเดี่ยวก็เป็นไข้ และวันนี้เราจะขอแนะนำให้รู้จักเชื้อโรคที่เป็นตัวปัญหายอดฮิตของเด็กในฤดูหนาว นั่นก็คือเชื้อโรต้าไวรัส (Rota Virus) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการถ่ายเหลวในเด็กนั่นเองค่ะ
1. รู้จักกับไวรัสโรต้า
ไวรัสโรต้ามักจะมีการแพร่ระบาดมากในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากอากาศที่เย็นจะทำให้ไวรัสอยู่ได้นานขึ้น และสิ่งที่เป็นแหล่งเพาะเชื้อชั้นดีของไวรัสชนิดนี้ก็คือ “อุจจาระ” ของคนที่ได้รับเชื้อมาก่อน โดยลักษณะของการติดต่อของเชื้อคือการสัมผัสของที่ปนเปื่อน เข้าสู่ปากค่ะ
อาการท้องเสียในช่วงหน้าร้อน
มักจะเกิดเชื้อแบคทีเรีย ที่มากับอาหารบูดเสีย
แต่ในช่วงหน้าหนาวนี้ การติดเชื้อไวรัสโรต้า
อาจเป็นอีกสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคท้องเสียในเด็กที่ต้องระวัง
2. อาการติดเชื้อโรต้าไวรัส
โรคนี้มักเกิดในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี โดยพบบ่อยสุดในอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี ช่วง 1-2 วันแรก เด็กจะเริ่มมีไข้และอาเจียน ต่อมาจะเริ่มถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ หรือมูกเลือดหลายครั้ง ในเด็กที่อาการไม่รุนแรงจะหายเองได้ใน 2-3 วัน แต่ถ้ามีอาการรุนแรงจนถ่ายออกมากหรืออาเจียนมากอาจทำให้เด็กเกิดภาวะขาดน้ำ ซึ่งควรเข้าพบแพทย์ เพราะถ้าหากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีอาจมีภาวะช็อกจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
เมื่อลูกมีอาการท้องเสีย หรืออาเจียน
การป้องกันอาการช็อก
เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังเป็นอย่างมาก
3. การดูแลเมื่อเด็กมีอาการ
ปัจจุบันยังไม่มียาที่รักษาโรคติดเชื้อโรต้าไวรัสนี้โดยเฉพาะ ดังนั้นส่วนมากจะเป็นการรักษาแบบประคับประคองอาการ เช่น
•   ให้สารน้ำที่เพียงพอ (เช่น น้ำเกลือแร่ ซึ่งช่วยทดแทนการสูญเสียน้ำของร่างกาย) ในเด็กที่ยังทานได้ควรให้จิบน้ำเกลือแร่ (ORS) แต่ในรายที่ทานไม่ได้หรืออาเจียนไม่หยุด ควรพาไปโรงพยาบาลเพื่อรับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ
•   เลี่ยงอาหารมีเส้นใยมากที่กระตุ้นการขับถ่าย เช่นผักผลไม้ เน้นอาหารจำพวกแป้งที่ย่อยง่าย เช่นข้าวต้ม โจ๊ก
•   เด็กที่ดื่มนมแม่ สามารถให้เด็กดื่มได้ปกติ แต่เด็กดื่มนมชง ให้ผสมเจือจางลงครึ่งหนึ่ง หรือใช้นมสูตรสำหรับเด็กถ่ายเหลว โดยดื่มสลับน้ำเกลือแร่
4. การป้องกันติดเชื้อ
ไวรัสนี้ติดต่อผ่านการกินสิ่งปนเปื้อนอุจจาระที่มีเชื้อ…ถึงตรงนี้คุณแม่บางท่านอาจคิดว่าไม่มีทางที่ลูกเราจะรับเชื้อได้ใช่มั้ยคะ? แต่เชื่อเถอะคะว่าในแต่ละวันเด็กมีกิจกรรมมากมายรับเชื้อจากอุจจาระเข้าทางปากได้! เช่นอุจจาระติดของเล่นเด็ก เด็กเล่นมือเปื้อนแล้วดูดนิ้ว ดังนั้นการป้องกันที่สำคัญคือดูแลสุขอนามัยทุกคนในบ้าน เช่น
•   ล้างฟอกสบู่ทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และเปลี่ยนผ้าอ้อม
•   ทำความสะอาดสถานที่ในบ้าน ของเล่น และของใช้ภาชนะต่างๆ
•   หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปที่แออัด
•   ปรุงอาหารให้สุก ดื่มน้ำสะอาด
5. วัคซีนป้องกัน
ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีวัคซีนโรต้าที่สามารถลดความรุนแรงของอาการติดเชื้อไวรัสนี้ได้ เป็นยาหยอดทานปาก 2-3 ครั้ง ครั้งแรกควรให้ก่อนอายุ 4เดือน และครั้งสุดท้ายควรให้ก่อน 8เดือน โดยมีวัคซีนให้เลือก 2 แบบ
แบบที่ 1: วัคซีน 1 สายพันธุ์ (Rotarix) หยอด 2 ครั้ง
แบบที่ 2: วัคซีน 5 สายพันธุ์(Rotateq)
ถึงแม้จะมีวัคซีนที่ดูเหมือนจะไม่น่าเป็นห่วง แต่วัคซีนไม่สามารถป้องกันได้ครบทุกสายพันธ์
การล้างมือ จึงเป็นป้อมปราการด่านสำคัญในการป้องกันเชื้อ
อย่าลืมว่าการดูแลสุขอนามัยเพื่อป้องกันติดเชื้อเป็นสิ่งสำคัญค่ะ รวมถึงการช่วยเหลือที่ถูกต้องเมื่อเด็กเกิดอาการถ่ายเหลว หากลูกมีอาการอ่อนเพลีย ทานอาหารไม่ได้ อาเจียนมาก ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันท่วงทีคะ

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ