fbpx

3 เทคนิคพาลูกเจอหมอฟันอย่างราบลื่น

การพาเด็กเล็กไปพบทันตแพทย์มักสร้างความกังวลให้กับคุณแม่ไม่ใช่น้อย การที่ลูกจะต้องอยู่ห้องที่ไม่คุ้นเคย ต้องนอนบนเตียง อ้าปากให้คุณหมอฟันตรวจนั้น แค่คิดคุณแม่หลายคนก็อยากจะถอดใจเสียแล้ว วันนี้เรามีเทคนิคการเตรียมตัว (เตรียมใจ) ง่ายๆ 3 ข้อ เพื่อให้ลูกพบหมอฟันอย่างราบรื่นค่ะ
1. หาหมอฟันตั้งแต่เนิ่นๆ
คุณแม่ควรพาลูกไปหาหมอฟันเมื่อลูกอายุ 1 ปี หรือ เมื่อฟันซี่แรกขึ้น เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลฟันของเด็กๆ การพาลูกไปหาหมอฟันแต่เนิ่นๆ นั้นเป็นการป้องกันความผิดปกติที่จะเกิดกับฟันของเด็กๆ ด้วย เพราะหากรอให้ฟันของลูกมีปัญหาแล้ว การพบหมอฟันเพื่อรับการรักษา ย่อมทำให้เด็กมีความกลัว ต้องใช้เวลานาน และอาจรู้สึกเจ็บ ปวดฟัน ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของการไปพบหมอฟันดูน่ากลัว และการไปหาหมอฟันครั้งถัดไปก็จะสร้างความลำมากมากยิ่งขึ้นค่ะ
2. ให้ข้อมูลเบื้องต้นกับเด็กๆ
บ่อยครั้งที่คำพูดของผู้ใหญ่เองที่สร้างความวิตกกังวลให้เด็กๆ โดยไม่รู้ตัว พยายามหลีกเลี่ยงคำอย่าง “ฉีด” “เจ็บ” “ไม่เจ็บ” “รักษา” เป็นต้น แทนที่จะบอกเด็กๆ ว่า “เดี๋ยวคุณหมอจะตรวจหาแมงกินฟัน หรือจะดูว่าฟันของหนูผุรึเปล่า แล้วคุณหมอจะรักษาให้” ให้ปรับเป็นคำพูดง่ายๆ ที่ฟังแล้วสบายใจกว่า เช่น “เดี๋ยวคุณหมอจะดูรอยยิ้มของหนู แล้วก็นับดูสิว่าหนูมีฟันกี่ซี่แล้ว” ซึ่งเป็นประโยคง่ายๆ ที่เด็กๆ จะไม่ต้องกังวลว่าคุณหมอจะมาตรวจ หรือจับผิดปัญหาเกี่ยวกับฟันของเขานั่นเอง

3. ระวังคำพูดของผู้ใหญ่
ถ้าเสียฟันน้ำนมก่อนวัยอันควรจากฟันผุ เด็กจะมีอาการเจ็บปวดเรื้อรัง โดยเฉพาะถ้าฟันที่ผุเป็นฟันกรามด้านใน อาจลุกลามเป็นฟันผุลึก และลามไปที่ซี่ใกล้เคียง นอกจากนี้ยังส่งผลให้มีกลิ่นปากเหม็น ทำให้เด็กเสียบุคลิก อาจถูกเพื่อนล้อจนหมดความมั่นใจในตนเอง และส่งผลต่อการขึ้นของฟันแท้ในอนาคต เพิ่มความเสี่ยงที่ฟันแท้จะผุได้มาก

การดูแลสุขภาพฟันของเด็กๆ ให้แข็งแรงอยู่เสมอ ก็เป็นอีกข้อที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นการหลีกเลี่ยงประสบการณ์การรักษาฟันที่อาจสร้างความเจ็บปวด และอาการกลัวหมอฟันของเด็กๆ ได้

การแปรงฟันให้ลูกอย่างน้อยวันละ 2 เวลา เป็นเรื่องจำเป็นที่ห้ามเด็กๆ ต่อรองเด็ดขาด และอย่าลืมดื่มให้ลูกดื่มนมวันละ 2-3 แก้ว เพื่อให้ได้แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินดี สำหรับสุขภาพกระดูก และฟันที่แข็งแรงนะคะ

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ