fbpx

คุยกับลูกยังไง ให้ลูกเข้าใจว่า

เคยมั้ยคะ? ที่บางครั้งลูกเอาปัญหามาเล่าให้เราฟัง แล้วเราพยายามสอน หรืออธิบายให้ลูกเข้าใจว่าเค้าควรทำแบบไหน แต่ลูกเหมือนไม่อยากทำตาม หรือซ้ำร้ายบางครั้งลูกน้อยใจกลับมาว่า “แม่ไม่เข้าใจหนูเลย!” สถานการณ์แบบนี้ถ้าเกิดขึ้นบ่อยๆ อาจทำให้ความสัมพันธ์ของคุณแม่กับลูกมีปัญหา จนสุดท้ายลูกไม่ยอมเปิดใจกับแม่ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ผิดที่คุณแม่อยากพยายามช่วยลูกแก้ปัญหา แต่สิ่งแรกที่เรามักมองข้ามไปคือการทำให้ลูกรู้สึกว่า “พ่อแม่เข้าใจหนู” ซึ่งนั่นเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เด็กเกิดความรู้สึกสบายใจว่ามีคนที่เข้าใจเค้าอยู่ และไว้วางใจที่จะรับฟังคำแนะนำของพ่อแม่ เทคนิคสำคัญที่คุณแม่ใช้เพื่อทำให้เกิดสิ่งนั้นได้คือ “การจับและสะท้อนความรู้สึกของลูก” ซึ่งมีขั้นตอนต่อไปนี้ค่ะ
1. จับความรู้สึกลูก
ก่อนจะเป็นผู้พูด คุณแม่ต้องเป็นผู้ฟังที่ดีของลูกก่อน ตั้งใจฟังปัญหาของเค้า สังเกตสีหน้าความรู้สึกขณะลูกเล่า และวิเคราะห์จากเรื่องราว และท่าทางของลูกว่าเค้าควรรู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์นั้น ซึ่งความรู้สึกแบ่งได้เป็น 5 อย่าง ดีใจ เสียใจ กังวล โกรธ รังเกียจ
2. สะท้อนความรู้สึกกลับไปให้ลูกรู้ 
หลังจากทราบว่าลูกรู้สึกอย่างไร ให้คุณแม่บอกอารมณ์ที่จับได้กลับไปให้ลูกฟัง เช่น “หนูคงรู้สึกเสียใจที่สอบไม่ผ่าน” “หนูคงโกรธที่พี่มาแกล้งหนู”
…ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้เทียบกันนะคะ
ลูก : “แม่ครับ วันนี้เพื่อนมาแกล้งผมอีกแล้ว” (ทำสีหน้าเสียใจ)
แม่คนที่ 1 : “อีกแล้วเหรอ? แล้วทำไมไม่ไปบอกครูล่ะ? ปล่อยให้เค้ามาแกล้งได้ยังไง?!”
แม่คนที่ 2 : “หนูคงรู้สึกเสียใจที่บอยมาแกล้งหนู แม่เข้าใจ… ไหนลองเล่าเรื่องให้แม่ฟังดูหน่อย เราจะได้ช่วยกันคิดว่าจะช่วยหนูอย่างไร”
จากตัวอย่าง สังเกตได้ใช่มั้ยคะว่าแม่คนที่ 1 มองข้ามความรู้สึกเสียใจของลูกไป กระโดดไปที่คิดแก้ปัญหาที่ลูกถูกแกล้งอย่างไร ในขณะที่แม่คนที่ 2 จับความรู้สึกเสียใจของลูกได้ สะท้อนให้ลูกรู้ก่อนว่าแม่เข้าใจความรู้สึกเค้า ก่อนที่จะถามเรื่องราวต่อเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ลูกรู้สึกคลายความเศร้าลงได้เพราะดีใจที่มีคนเข้าใจเค้า และพร้อมรับฟังวิธีการจากแม่ต่อไปค่ะ
วิธีสะท้อนความรู้สึกนี้สามารถเอาไปใช้เวลาลูกกำลังดื้อ หรือต่อต้านพ่อแม่อยู่ เพื่อทำให้เด็กสงบลงได้เร็วขึ้นได้นะคะ ยกตัวอย่างเช่น สมมติลูกอยากได้ของเล่นชิ้นหนึ่งแล้วไม่ได้ มีอาการโกรธแล้วเขวี้ยงปาของ คุณแม่อาจจะจับมือเค้าก่อนเพื่อความปลอดภัย แล้วสะท้อนอารมณ์กลับไปว่า “แม่รู้ว่าหนูโกรธที่แม่ไม่ซื้อของเล่นที่หนูอยากได้ แต่หนูจะเขวี้ยงปาของแบบนี้ไม่ได้!”
ข้อดีอีกอย่างของการใช้เทคนิคนี้ คือทำให้เด็กมีพัฒนาการเรื่องการเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกตัวเองมากขึ้น เด็กจะรู้ทันความรู้สึกตัวเองเมื่อมีอารมณ์ โกรธ เสียใจ กังวลใจ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ “การฝึกควบคุมอารมณ์” นั่นเองคะ

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ