fbpx

อาการแพ้ยอดฮิตในวัยเด็ก

อาการแพ้เป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็ก ซึ่งเกิดจากตัวกระตุ้นได้หลายอย่าง อาการแพ้ที่เกิดขึ้นมีได้ตั้งแต่อาการเล็กน้อย เช่นน้ำมูกไหล จาม ผื่นคัน จนไปถึงอาการที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ คุณแม่ควรทราบลักษณะอาการแพ้ที่พบได้บ่อยในเด็ก เพื่อจะได้เฝ้าระวัง และช่วยเหลือลูกได้ทันท่วงทีคะ
1. การแพ้อาหาร
อาการแพ้อาหารในเด็กเกิดได้บ่อยกว่าในผู้ใหญ่ เนื่องจากเด็กยังมีภูมิคุ้มกันน้อยกว่า และพบมากสุดในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 1ปี ที่ระบบย่อยอาหารยังไม่สมบูรณ์ สารอาหารจึงผ่านเข้ากระแสเลือดไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้ง่าย อาการที่พบได้แก่อาการผื่นผิวหนัง อาการแพ้ที่ทางเดินอาหาร เช่นริมฝีปากบวม แผลในปาก ท้องเสีย หรือปวดท้อง และอาการทางเดินหายใจ เช่นไอจาม น้ำมูกไหล หรือในรายที่รุนแรงอาจมีอาการหอบ จนถึงชีวิตได้ อาหารที่มักพบว่าทำให้เกิดอาการแพ้ในเด็กบ่อยได้แก่
•   อาหารทะเล (มักเป็นตลอดชีวิต)
•   นมวัว (ส่วนมากอาการจะหายไปหลังอายุ3 ปี)
•   ไข่
•   ถั่ว เช่น ถั่วเหลือง อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์
•   แป้งสาลี
2. แพ้ขนสัตว์
อีกอาการแพ้ที่พบได้บ่อยในเด็ก โดยขนสัตว์หลายชนิดสามารถทำให้เกิดอาการแพ้ได้ แต่ที่มักพบบ่อยเป็นสัตว์ที่คนนิยมเลี้ยงในบ้านที่มีเด็กอยู่ด้วย นั่นก็คือสุนัข และแมว โดยอาการแพ้ขนสัตว์มักทำให้เกิดอาการแพ้ที่ทางเดินหายใจ เช่นน้ำมูก ไอ จาม และอาการผิวหนัง เช่น ผื่น บวมแดง เป็นต้น
3. อาการแพ้ไรฝุ่น
อาการแพ้ยอดฮิตที่พบได้ในเด็กปัจจุบันถึง 80% เนื่องจากที่นอน หมอน ผ้าห่มที่เราใช้กันทุกวันเป็นที่อยู่อาศัยอย่างดีของเจ้าสิ่งมีชีวิตนี้ด้วย อาการแพ้ส่วนมากมักเป็นตอนเช้าตื่นนอน มีลักษณะอาการได้แก่ ไอ จาม คัดจมูก คันตา ซึ่งการกำจัดไรฝุ่นต้องใช้ความร้อน 60 องศาเซลเซียส เป็นเวลานานอย่างน้อย 30 นาที ถึงจะฆ่าเจ้าไรฝุ่นนี้ได้ ดังนั้นการป้องกันที่ดีคือเปลี่ยนผ้าปูที่นอน และซักด้วยน้ำร้อนบ่อยๆ นำหมอนมาตากแดดสม่ำเสมอ และอาจใช้ปลอกหมอนชนิดที่สามารถกันไรฝุ่นได้
4. ภูมิแพ้อากาศเปลี่ยนแปลง
โรคนี้ต่างจากโรคภูมิแพ้อื่นๆ ข้างต้น เพราะตัวกระตุ้นไม่ใช่สารก่อภูมิแพ้ แต่เป็นอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อน ทำให้เยื่อบุจมูกเกิดอาการไวต่ออากาศ อาการที่พบบ่อยมักเป็นอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล คันจมูกชอบขยี้ เสมหะในคอ เด็กมักมีอาการในช่วงเปลี่ยนฤดู
การรักษา และป้องกัน
•   หากมีอาการที่สงสัยว่าเกิดจากการแพ้ดังกล่าว ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อให้การรักษา เนื่องจากอาการแพ้บางชนิดหากปล่อยไว้นานอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
•   ตรวจพิเศษกับกุมารแพทย์ เพื่อดูว่าเด็กมีอาการแพ้กับตัวกระตุ้นชนิดใดบ้าง จะได้เฝ้าระวัง และหลีกเลี่ยง
•   ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันอาการแพ้บางชนิด เช่นอาการแพ้ไรฝุ่น คุณแม่สามารถพาลูกไปรับวัคซีนที่สถานพยาบาลใกล้บ้านได้

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ