โรคติดเชื้อหลายต่อหลายโรค เราสามารถป้องกันโดยการให้วัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันแก่เด็กได้ โดยวัคซีนที่ให้กับเด็กในแต่ละช่วงวัยนั้นแบ่งได้เป็นสองประเภท นั่นคือ
1) วัคซีนจำเป็น เป็นวัคซีนพื้นฐานที่เด็กทุกคนต้องได้รับ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถพาเด็กไปรับบริการได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่สถานพยาบาลของรัฐ
2) วัคซีนเสริม เป็นวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆที่สามารถให้เพิ่มเติมแก่เด็กได้ แต่ยังไม่ถูกบรรจุเป็นบริการพื้นฐานของรัฐ โดยวัคซีนเสริมนี้อาจมีคำแนะนำใหม่ๆที่ต่างกันไปในแต่ละปี ดังนั้น เพื่อประโยชน์ของลูกแล้ว คุณพ่อคุณแม่จึงควรติดตามข้อมูลจากสถานพยาบาลใกล้บ้านอยู่เสมอ
ซึ่งจากการอัพเดทล่าสุดในปี 2559 สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ได้แนะนำวัคซีนสำหรับเด็กในแต่ละช่วงวัยไว้ดังนี้
1. แรกเกิด (0 เดือน)
1.1 วัคซีนจำเป็น
      • วัคซีนบีซีจี (BCG) หรือ วัคซีนป้องกันวัณโรค
ซึ่งตำแหน่งที่ฉีดวัคซีนจะกลายเป็นตุ่มนูนและแตกออกจนเหลือเป็นร่องรอยแผลเป็น (มักฉีดที่ต้นแขนด้านซ้าย)
      • วัคซีนตับอักเสบบี (HBV vaccine) เข็มที่ 1
ทั้งนี้ในกรณีที่คุณแม่เป็นไวรัสตับอักเสบบีอยู่เดิม การให้วัคซีนกับเด็กจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน จึงควรแจ้งประวัติกับคุณหมอที่ดูแลให้ชัดเจน
1.2 วัคซีนเสริม – ยังไม่มี
2. อายุ 1 เดือน
2.1 วัคซีนจำเป็น
      • วัคซีนตับอักเสบบี (HBV vaccine) เข็มที่ 2
2.2 วัคซีนเสริม – ยังไม่มี
3. อายุ 2, 4 และ 6 เดือน ในช่วงที่เด็กอายุได้ 2, 4 และ 6 เดือนวัคซีนที่สำคัญจะเป็นชนิดเดียวกัน ดังนี้
3.1 วัคซีนจำเป็น
      • วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-ตับอักเสบบี (DTP-HB)
โดยวัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนที่ให้สามารถให้ได้ทั้งชนิดไร้เซลล์ (DTaP) และชนิดทั้งเซลล์ (DTwP)
      • วัคซีนโปลิโอแบบหยอด (OPV)
หรือสามารถใช้ชนิดฉีด (ซึ่งอาจรวมมากับวัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน) ทดแทนก็ได้
3.2 วัคซีนเสริม
      • วัคซีนฮิบ (Hib)
ป้องกันโรคปอดบวมและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จากเชื้อฮิโมฟิลุส อินฟลูเอนซา ชนิด B ซึ่งผู้ที่เสี่ยงต่อโรคนี้คือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือม้ามทำงานผิดปกติ
      • วัคซีนนิวโมคอคคัส (PCV)
ป้องกันโรคปอดบวมและเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อนิวโมคอคคัส
      • วัคซีนโรตา (Rota)
แบบหยอด ป้องกันโรคท้องเสียจากไวรัสโรตา
4. อายุ 9-12 เดือน
4.1 วัคซีนจำเป็น
      • วัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม (MMR)
เข็มที่ 1 ควรให้ฉีดเร็ว หากพบว่ามีการระบาดของโรคหัดในเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปีในพื้นที่
      • วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JEV)
แบบเก่า (MBV JE) เข็มที่ 1 และ 2 ฉีดห่างกัน 1-4 สัปดาห์ หรือ วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JEV) แบบใหม่ (live JE) เข็มที่ 1
4.2 วัคซีนเสริม
      • วัคซีนไข้หวัดใหญ่
ในการฉีดครั้งแรกต้องฉีด 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์ และแนะนำให้ฉีดปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากเชื้อไข้หวัดใหญ่จะมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ที่ระบาดในแต่ละปี
5. อายุ 18 เดือน
5.1 วัคซีนจำเป็น
      • วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (DTP) เข็มกระตุ้นครั้งที่ 1
      • วัคซีนโปลิโอแบบหยอด (OPV) กระตุ้นครั้งที่ 1
5.2 วัคซีนเสริม
      • วัคซีนอีสุกอีใส เข็มที่ 1
สามารถป้องกันโรคอีสุกอีใสได้ 99%
      • วัคซีนตับอักเสบเอ (HAV) เข็มที่ 1
สามารถป้องกันโรคตับอักเสบเอได้ 94-100%
      • วัคซีนนิวโมคอคคัส (PCV) เข็มกระตุ้น
6. อายุ 2 ปี
6.1 วัคซีนจำเป็น
      • วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JEV)
แบบเก่า (MBV JE ) เข็มที่ 3 หรือ วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JEV) แบบใหม่ (live JE) เข็มที่ 2
6.2 วัคซีนเสริม – ยังไม่มี
7. อายุ 2 ปีครึ่ง
7.1 วัคซีนจำเป็น
      • วัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม (MMR) เข็มที่ 2
7.2 วัคซีนเสริม – ยังไม่มี
      • วัคซีนตับอักเสบเอ (HAV) เข็มที่ 2
8. อายุ 4-6 ปี
8.1 วัคซีนจำเป็น
      • วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (DTP) เข็มกระตุ้นครั้งที่ 2
      • วัคซีนโปลิโอแบบหยอด (OPV) กระตุ้นครั้งที่ 2
8.2 วัคซีนเสริม
      • วัคซีนอีสุกอีใส (Varilrix, Varicella Vaccine) เข็มที่ 2
9. อายุ 11-12 ปี
8.1 วัคซีนจำเป็น
      • วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก (Td)
ฉีดกระตุ้นทุก 10 ปี
8.2 วัคซีนเสริม
      • วัคซีนเอชพีวี
ป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ประมาณ 75-80% ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 6-12 เดือน
การฉีดวัคซีนเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากเราไม่อาจจะทราบได้เลยว่าโรคติดเชื้อต่างๆจะกลับมาระบาดอีกเมื่อไหร่ อย่างน้อยเด็กทุกคนจึงควรได้รับวัคซีนจำเป็นตามที่สถานพยาบาลของรัฐแนะนำเป็นพื้นฐาน และควรพิจารณาให้วัคซีนเสริมอื่นๆ ในเด็กที่มีความเสี่ยง มีโรคเรื้อรัง หรือมีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง